News
Our strategists will help you set an objective and choose your tools, developing a plan that is custom-built for your business.
20
เม.ย. - 2020
ผลกระทบด้านฤดูกาลต่อไก่เนื้อพันธุ์โตช้า

เนื่องจากความต้องการบริโภคไก่เนื้อสายพันธุ์โตช้า (slower growing chickens) ที่มากขึ้นในหลายประเทศ ขณะที่การเลี้ยงไก่เนื้อสายพันธุ์โตช้า จำเป็นต้องคำนึงถึงปริมาณอาหารกับอุณหภูมิในสภาพแวดล้อมมากกว่าการเลี้ยงไก่เนื้อสายพันธุ์โตเร็ว จึงเป็นความท้าทายในการจัดการการเลี้ยง และส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งที่ตั้งของการเลี้ยงไก่เนื้อ เพื่อรองรับการเลี้ยงไก่เนื้อสายพันธุ์โตช้าในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นตลาดยังมีความต้องการทราบถึงค่าองค์ประกอบพื้นฐานสำหรับเนื้อไก่ชนิดนี้เพื่อที่จะได้คำนวนหาปริมาณโปรตีนให้กับผู้บริโภคได้ ขณะเดียวกันผู้ผลิตเองก็ต้องการหาวิธีการเลี้ยงเพื่อตอบโจทย์ในด้านอัตราการเจริญเติบโตที่เหมาะสมกับน้ำหนักจับ เพื่อควบคุมต้นทุนให้สามารถแข่งขันได้ด้วยเช่นกัน

ผลของความแตกต่างด้านอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมต่อการเลี้ยงไก่เนื้อสายพันธุ์โตช้า

เนื่องจากไก่เนื้อสายพันธุ์โตช้า จะถูกคัดเลือกจากสายพันธุ์ที่มีอัตราการเจริญเติบโต อัตราการแลกเนื้อ และน้ำหนักเนื้อจับออกที่ดีมากอยู่แล้ว ดังนั้นน้ำหนักไก่จึงไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่คำนึงถึง แต่ไก่เนื้อที่โตช้าจะมีปริมาณการกินอาหารที่สัมพันธ์กับอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมเป็นหลัก เมื่ออุณหภูมิภายในโรงเรือนเพิ่มสูงขึ้น ไก่จะมีปริมาณการกินอาหารลดลง และทำให้การเจริญเติบโตชะงัก ขณะที่เมื่ออุณหภูมิลดลงในฤดูหนาว ไก่จะมีความต้องการอาหารเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีพลังงานมาใช้ในการรักษาสมดุลของร่างกาย ส่งผลให้ได้รับโปรตีนจากอาหารมากขึ้นและโตเร็วขึ้น ซึ่งเราจะเห็นได้ชัดในการเลี้ยงไก่แบบปล่อย (free-range) ที่ไก่มีการสัมผัสกับอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมโดยตรง เมื่ออุณหภูมิสูงในช่วงกลางวันมากกว่า 35°C และกลางคืนมากกว่า 20°C จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตที่มากขึ้น ซึ่งช่วงของอุณหภูมิดังกล่าว สามารถพบได้ในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ซึ่งความแตกต่างของจำนวนวันที่มีอุณหภูมิสูงของแต่ละพื้นที่ ก็จะส่งผลถึงน้ำหนักและจำนวนวันที่เลี้ยงไก่ที่ต่างกันมาก ตั้งแต่ 1-7 วัน

ดังนั้น จึงมีเทคนิคต่างๆที่จะช่วยให้เราควบคุมอัตราการเจริญเติบโตที่เพิ่มขึ้นในฤดูหนาว เช่น การจัดการด้านอาหาร (feed dilution, mash feed และmeal feeding) ควบคู่กับการจัดการแสง และการบันทึกข้อมูลน้ำหนักไก่ ตั้งแต่เริ่มเลี้ยงจนตลอดการเลี้ยง ส่วนในการเลี้ยงในช่วงฤดูร้อนจำเป็นต้องมีการจัดการอาหารที่ดีมาช่วยด้วย เช่น การเลือกใช้อาหารเม็ดสั้นหรือมีการผสมไขมัน และปริมาณกรดอะมิโนเพิ่มขึ้น รวมทั้งการให้อาหารในช่วงกลางคืน เป็นต้น
ในไก่เนื้อสายพันธุ์โตเร็ว พลังงานที่ได้รับจากอาหารจะถูกปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม 70% ผ่านการหายใจและการระบายความร้อน ในขณะที่ในไก่เนื้อสายพันธ์โตปานกลางจะมีการปล่อยพลังงานออกมาน้อยกว่าสายพันธุ์โตเร็ว 20% และไก่เนื้อสายพันธุ์โตช้าจะมีการปล่อยพลังงานออกมาน้อยกว่าไก่เนื้อสายพันธุ์โตเร็วถึง 40% ในน้ำหนักตัวเท่ากัน (กราฟที่ 1) อันเนื่องมาจากปริมาณการกินอาหารต่อวันที่น้อยกว่าทำให้ไก่เนื้อสายพันธุ์โตเร็วมีน้ำหนักจับ 2 กิโลกรัม ได้ที่อายุ 30 วัน ขณะไก่เนื้อสายพันธุ์โตช้าทำน้ำหนักที่เท่ากันได้ที่อายุประมาณ 70 วัน

กราฟที่ 1 ปริมาณพลังงานที่ถูกปลดปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมต่อชั่วโมงต่อไก่ 1ตัว

ดังนั้น ในการเลี้ยงไก่เนื้อสายพันธุ์โตช้า จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาและทดลองในด้านการจัดการการเลี้ยงที่เหมาะสมกับสายพันธุ์ เพื่อให้ได้เนื้อไก่ที่เป็นที่ต้องการของตลาด ขณะเดียวกันยังสามารถควบคุมต้นทุนให้ผู้ผลิตสามารถแข่งขันได้ต่อไป

แปลและเรียบเรียงโดย สพ.ญ.สายสร้อย ส่องประเสริฐ

เอกสารอ้างอิง Toudic, C.2019. Addressing seasonal effect on slower growing chickens.  [Online]. Available: https://www.poultryworld.net/Meat/Articles/2019/10/Addressing-seasonal-effect-on-slower-growing-chickens-482598E/?fbclid=IwAR29yAVIoPMUo-tDOCogERnMH_81WRxSKmhgcnixRRCycn13E1dRr55P-us.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *