5 แนวทางป้องกันที่คล้ายกัน ระหว่าง โรค ASF ในสุกรและ โรค Covid –19 ในคน (5 Pararells Between ASF and Covid -19)

สวัสดีครับ พบกับ AHBDA Forum ฉบับเดือน เมษายน  สถานการณ์ การระบาดของโรค โควิด-19 ที่กลับมาระบาดในช่วงนี้ต้องเพิ่มระมัดระวังตัวให้มากขึ้นเป็นเท่าตัวน่ะครับ   ในขณะเดียวกันโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกร ที่ระบาดในประเทศเพื่อนบ้านเราส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในบ้านเราอย่างมาก  ทั้งโรคในคนและในสุกรได้เปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตและการเลี้ยง  ไปในแนวทิศทางใหม่ ที่ไม่เหมือนเดิม

มีบทความที่น่าสนใจครับ เขียนโดย ดร. ไอรีน คาเมอร์ลิงค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิภาพสุกร ให้ความเห็นว่าทั้งสองโรคนี้ให้บทเรียนที่สามารถเรียนรู้กันและกัน จากมาตรการที่ดำเนินการควบคุมการระบาด โดยแบ่งเป็น 5 ประเด็นด้วยกัน

1.ความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity)

   พื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการดูแลสุกรให้มีสุขภาพดีคือการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์ม  พื้นที่สะอาดและ “สกปรก” ถูกแยกออกจากกันโดยเด็ดขาด เมื่อนำสิ่งนี้ไปปฏิบัติและปฏิบัติตามอย่างดีสุกรที่มีสุขภาพดีจะมีสุขภาพที่ดีในขณะที่ไวรัสหรือสุกรป่วยอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เล็ก ๆ ของฟาร์มเท่านั้น รูปที่ 1

   รูปที่1  การให้ความสำคัญกับระบบBiosecurity ในฟาร์ม เช่นการตรวจสอบภายในฟาร์ม การจัดแยกชุดสีเสื้อ เป็นต้น

    ความปลอดภัยทางชีวภาพในการปลอดเชื้อโรคโดยเฉพาะ (SPF) และฟาร์มสุกรสมัยใหม่บางแห่งรวมถึงการอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าระหว่างหน่วยงานจะมากกว่ามาตรฐานของโรงพยาบาล การวางแผนความปลอดภัยทางชีวภาพของฟาร์มสุกรเป็นสิ่งที่ภาคส่วนอื่น ๆ สามารถเรียนรู้ได้จากฟาร์ม

2. การเว้นระยะห่าง(Distancinng)

การเลี้ยงสุกรอย่างหนาแน่นสูงหมายถึงการแพร่กระจายของไวรัสได้เร็วขึ้น การปล่อยให้สุกรมีพื้นที่มากขึ้น (1.5ตรม/ตัว ) อาจช่วยได้ไม่มากนักสำหรับ ASF.ในสุกร แต่จะเพิ่มเรื่องหลักสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีขึ้น  การลงทุนในระบบความปลอดภัยทางชีวภาพด้านอื่นอาจจะคุ้มกว่า  

สำหรับใน Covid-19 การเว้นระยะห่างทางสังคม Social distancining เช่น ห่าระยะพูด 1-2 เมตร เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการควมคุมโรค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. การกักกันและการแยกทางสังคม (Quarantine&Isolation)

เมื่อมีสุกรใหม่มาถึงที่กักกันในฟาร์ม  เพื่อลดปัญหารนำโรคเข้ามาในฟาร์ม สุกรที่อยู่ในการกักกันเช่นเดียวกับการแยกผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาล ส่งผลให้เกิดความเครียดและภูมิคุ้มกันลดลง การแยกทางสังคมควรได้รับการพิจารณาให้ดีขึ้นทั้งในสุกรและมนุษย์  จึงควรจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบเชิงลบ

4.สุขอนามัย (Hygene)

เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ความเข้มงวดในเรื่องโควิด-19 ในฟาร์ม  เช่น สำหรับการล้างมือให้สะอาดเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคสำหรับฟาร์มก็มีผลกับโรคในสุกรเช่นกัน สุขอนามัยที่เข้มงวดระหว่างสัตว์และกลุ่มต่างๆ (โดยเฉพาะลูกสุกร) เป็นสิ่งสำคัญในการลดการแพร่กระจายของโรค  ต่างๆได้ดี   รูปที่ 2.

                                รูปที่ 2 การสุขอนามัย เช่นการล้างมือจะช่วยลดป้องกัน จากโควิด -19 และโรค ASF

5.ความสม่ำเสมอในการใช้มาตรการ (Consistency in applying measures)

การสัมผัสเชื้อโควิด -19 ใช้เวลาเพียงครั้งเดียวจากคนในครอบครัวก็สามารถติดต่อกัน ถึงแม้ว่ามีความพยายามในการระมัดระวังป้องกัน อาจมีการผิดพลาดหรือเผลอเรอได้  ในทำนองเดียวกันความปลอดภัยทางชีวภาพในสุกรต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอแม้ว่าจะเป็นเรื่องจุกจิกหรือลืมง่ายก็ตาม ความไม่ลงรอยกันเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบที่สำคัญได้

สรุปได้ว่าบทเรียนการระบาดของโรคโควิด -19 และการระบาดของโรค ASF เป็นบทเรียนและเตือนใจว่า ให้ทุกหน่วยงานส่วนหันมาให้ความสำคัญ และการรักษาความระมัดระวัง เมื่อต้องรับผิดชอบต่อสุขภาพของผู้อื่นรอบตัวคุณรวมถึงสุกรด้วย ครับ

สำหรับความเห็นของผมเพิ่มเติม คือการระบาดโรคโควิด –19 ระลอกนี้ ได้ทำให้เกษตรกรบ้านเราเข้าใจและยกระดับBiosecurity ที่เข้มงวดเพิ่มขึ้นหลังจากที่ ยกระดับ Biosecurity สำหรับการป้องกันโรค ASF มาก่อนหน้านี้ครับ

ที่มา: https://www.pigprogress.net/Health/Articles/2021/4/5-Parallels-between-ASF-and-Covid-19

เรียบเรียงโดย น.สพ. จักรกกฤษณ์ ประเสริฐ

Tags

No responses yet

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

🎉 News Topics