Posted on

การเฝ้าระวังโรคหลอดลมอักเสบติดต่อเชิงรุกจำเป็นสำหรับการควบคุมโรค

โรคหลอดลมอักเสบติดต่อ (infectious bronchitis: IB) สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อ RNA virus ในสกุล Gammacoronavirus ไวรัสก่อโรคประกอบด้วยหลากหลายซีโรไทป์ เช่น Massachusetts, Connecticut, 4/91 และ QX เป็นต้น สามารถติดต่อและแพร่โรคจากการสัมผัสกับไก่ป่วยหรือสัตว์พาหะ โดยการหายใจและการกิน ไก่ป่วยจะขับไวรัสปนมากับอาหาร น้ำ และสิ่งรองนอน ในไก่พันธุ์สามารถถ่ายเชื้อไวรัสผ่านไข่ได้ การแพร่กระจายโรคในฝูงเกิดได้อย่างรวดเร็ว ไก่เล็กที่ติดเชื้อจะพบอาการซึม มีเสียงหวัด หายใจมีเสียงดัง เยื่อตาอักเสบ ตาเปียกแฉะ ไซนัสบวม มีน้ำมูก ฟุบนอนหมอบ ไก่ป่วยจะตายด้วยระบบหายใจล้มเหลว บางสายพันธุ์ทำให้ไตอักเสบร่วมด้วย ในกรณีไก่ไข่และไก่พันธุ์ อาจแสดงอาการทางระบบหายใจไม่เด่นชัด ส่วนใหญ่จะพบรังไข่อักเสบ ไข่ลด ไข่ลักษณะผิดปกติ บิดเบี้ยว ไข่ขาว เหลว หลังจากฟื้นโรคอัตราการไข่จะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ มีอัตราการตายต่ำหากไม่มีโรคแทรกซ้อน นอกจากนี้ไวรัส IB บางสายพันธุ์ก่อโรคที่ระบบสืบพันธุ์ ส่งผลให้ท่อนำไข่และรังไข่ไม่เจริญเติบโต ไก่เหล่านี้มักไม่ให้ไข่เมื่อถึงระยะให้ ผลผลิต (false layer) และพบถุงน้ำที่ท่อนำไข่ (cystic oviduct) ทำให้พบลักษณะท้องป่องคล้ายไก่ท้องมาน จนไก่มีท่ายืนผิดปกติ (penguin like stance) 

รูปภาพ ลักษณะไข่ผิดรูปและสีเปลือกซีด หรือไข่เปลือกนิ่ม พบไข่ขาวเหลวเป็นน้ำ 

ทั้งนี้การป้องกันโรคให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดควรประกอบด้วยหลายส่วน ทั้งเรื่องของการจัดการสภาพแวดล้อมในโรงเรือนให้เหมาะสม เข้มงวดระบบป้องกันโรคภายในฟาร์มและการทำวัคซีน ซึ่งจากการที่ไวรัส IB ประกอบด้วยหลากหลายซีโรไทป์ ดังนั้นการเลือกวัคซีนที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญ โดยการที่จะเลือกวัคซีนที่ เหมาะสมได้นั้นเราต้องทราบว่าในบริเวณพื้นที่ที่ฟาร์มของเราตั้งอยู่มีไวรัส IB สายพันธุ์ใดกำลังระบาดเสียก่อน 

การเฝ้าระวังโรคเชิงรุกจึงเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่มีความจำเป็นในการควบคุมโรค แต่ก็ทำได้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากไวรัส IB มีความคงตัวต่ำ ไก่ที่มีสุขภาพดีสามารถติดเชื้อไวรัสได้ โดยจะพบไวรัสปริมาณสูงสุดก่อนที่เราจะเห็นอาการทางคลินิก ดังนั้น เมื่อเราเห็นอาการทางคลินิกแล้วปริมาณไวรัสก็เริ่มลดน้อยลง จึงเป็นการยากที่จะเก็บตัวอย่างเพื่อเพาะแยกเชื้อไวรัส ในการเก็บตัวอย่างแนะนำให้ทำการสวอปบริเวณเพดานปากอย่างน้อยจำนวน 25 ตัว/โรงเรือน และทำการแช่เย็นทันทีก่อนส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ 

แปลและเรียบเรียงโดย สพ.ญ.สายสร้อย ส่องประเสริฐ  

เอกสารอ้างอิง  

  • https://www.thepoultrysite.com/articles/surveillance-of-circulating-ibv-types-essential-for-disease-control  
  • https://www.thepoultrysite.com/publications/diseases-of-poultry/194/infectious-bronchitis-ib 
Posted on

ข้อปฏิบัติในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

เนื่องด้วยสถานะการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายมากขึ้น ทางคณะผู้บริหารธุรกิจเวชภัณฑ์สัตว์บก จึงมีมติให้เข้มงวดและดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่ ทั้งการเฝ้าระวัง การป้องกัน และควบคุม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้นตามที่กระทรวงสาธารณสุขและราชกิจจานุเบกษา ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 : COVID-19) เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสจากคนสู่คนโดยเฉพาะพนักงานของธุรกิจเวชภัณฑ์สัตว์บก ดังนี้

1. การให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิค-19 และวิธีป้องกันในทุกช่องทางสื่อสาร ทั้งป้ายบริเวณทางเข้า-ออกอาคาร บอร์ดประชาสัมพันธ์

2. คัดกรองผู้ที่เข้ามาติดต่อและพนักงานที่เข้ามาทำงานในอาคาร ด้วยเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งมีประจำในทุกทางเข้าของสำนักงาน ไม่ควรนัดพบผู้ที่มาติดต่อ คู่ค้า ที่สำนักงาน ให้นัดพบ ณ สถานที่ภายนอกที่สะดวกและมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง (โดยเฉพาะผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงในการรับเชื้อไวรัส เช่น ผู้ที่มาจากประเทศที่มีการระบาด)

3. จัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการรักษาความสะอาด เช่น สบู่ล้างมือภายในห้องน้ำส่วนกลางทุกห้อง และแอลกอฮอลล์แบบเจล บริเวณทางเข้า-ออก สำนักงานทุกที่ (หมายเหตุ     แอลกอฮอลล์ เจล แนะนำให้เป็น เอทธิว แอลกอฮอลล์ 70% )

4. เข้มงวดด้านการรักษาความสะอาด โดยการทำความสะอาดจุดสัมผัสต่างๆในพื้นที่ที่ใช้ร่วมกัน เช่น มือจับประตู ปุ่มกดลิฟต์ ห้องสันทนาการ ห้องออกกำลังกาย และทุกจุดสัมผัสในส่วนสันทนาการ เป็นประจำทุกวัน

5. การฉีดพ่นทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและการเช็ดทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง โดยเฉพาะในอาคารที่มีการใช้พื้นที่ร่วมกัน เช่น ห้องประชุม ห้องออกกำลังกาย ห้องน้ำ หรือแม้แต่บริเวณพื้นที่เปิดที่มีความเสื่ยงต่อการแพร่เชื้อ (หมายเหตุ :การทำความสะอาดตามข้อ 4 และ 5  ให้ใช้ยาฆ่าเชื้อกลุ่มควอเตอร์นารี่ แอมโมเนี่ยม คอมปาวด์ เช่น ไบโอเทน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อิน-เอ็กซ จำกัด  อัตราส่วน 10 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร)

6. พนักงานส่งสินค้า ให้พกพาเจลฆ่าเชื้อ หรือแอลกอฮอลล์เจลติดรถเพื่อใช้ทำความสะอาดมือก่อนและหลังส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าทุกครั้ง ทุกราย และทำความสะอาดรถพร้อมพ่มฆ่าเชื้อหลังจากกลับจากการปฏิบัติงานทุกวัน (หมายเหตุ : การพ่นฆ่าเชื้อรถขนส่ง ให้ใช้ ไบโอซอล 300  อัตราส่วน 1: 250 ฉีดพ่นด้วยหัวฉีดโฟมแรง ให้ทั่วทั้งคัน ทิ้งไว้  30 นาที แล้วจึงล้างน้ำออก ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิค-19 และเชื้อโรคอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เชื้อ African Swine Fever)

7. พนักงานทุกคนควรสวมหน้ากากอนามัยและเปลี่ยนใหม่ทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน และหากพบมีอาการป่วย ไอ เป็นไข้ ให้หยุดปฏิบัติงานทันที โดยให้พบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และรักษาจนกว่าจะหาย หรือกรณีเดินทางกลับจากต่างประเทศจะให้หยุดงานเพื่อเฝ้าระวัง 14 วัน

พนักงานทุกท่าน ควรติดตามข่าวสารและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงความเสื่ยงต่างๆ ในการติดเชื้อ ดูแลสุขอนามัยของตัวเองให้ดี เพื่อประโยชน์ต่อสังคม บริษัท และตนเอง

Posted on

“ไข่ดิบ” มีประโยชน์หรือมีโทษต่อร่างกายอย่างไร

“ไข่”  เป็นหนึ่งในอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด แม้ว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่จะนิยมรับประทานอาหารที่ทำจากไข่ปรุงสุก อย่างไรก็ตามสูตรอาหารบางประเภทนั้นยังคงต้องใช้ไข่ดิบเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำสลัด มายองเนส ขนม ไอศครีม และเครื่องดื่มบางชนิด เป็นต้น อีกทั้งยังมีผู้บริโภคบางส่วนที่ชื่นชอบการรับประทานไข่ดิบอีกด้วย ทั้งนี้การรับประทานไข่ดิบมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณา ดังต่อไปนี้

ข้อดีของการรับประทานไข่ดิบ คือ สารอาหารในไข่ไม่สูญหายไปเนื่องจากความร้อนในการปรุงอาหาร โดยเฉพาะสาร Antioxidant และOmega fatty acid โดยข้อมูลจาก U.S. Department of Agriculture (USDA) พบว่า ไข่ดิบมีคุณค่าสารอาหารมากกว่าไข่ต้ม โดยมี Vitamin D มากกว่า 36%, Omega-3s มากกว่า 33%, DHA มากกว่า 33%, Lutein และZeaxanthin มากกว่า30%, Choline มากกว่า 23%, Biotin มากกว่า 20% และ Zinc มากกว่า 19% นอกจากนี้ไข่ดิบยังปราศจากสารประกอบ Glycotoxin ซึ่งเป็นสารพิษที่เกิดจากการใช้ความร้อนสูงในการปรุงอาหารมักพบในอาหารที่มีลักษณะไหม้ เป็นสารประกอบที่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคเบาหวาน และโรคเรื้อรังอื่นๆ

ข้อเสียที่สำคัญที่สุดของการบริโภคไข่ดิบ คือ เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียSalmonella ซึ่งเป็นเชื้อที่ถูกทำลายได้ด้วยความร้อน ตามรายงานของ Food and Drug Administration (FDA) ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าการบริโภคไข่ที่ปนเปื้อนเชื้อ Salmonella ทำให้มีผู้ป่วยกว่า 79,000 คน และเสียชีวิตกว่า 30 คนเป็นประจำทุกปี โดยมีอัตราการปนเปื้อนเชื้อในไข่อยู่ที่ 1:30,000 ฟอง และสามารถพบเชื้อได้ทั้งบนเปลือกและในฟองไข่ ทั้งนี้เชื้อ Salmonella สามารถปนเปื้อนไข่ได้โดยตรงผ่านทางระบบสืบพันธุ์ของแม่ไก่ หรือปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม ปัจจัยที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อนแตกต่างกันในไก่แต่ละฝูง ได้แก่ ความหนาแน่นของการเลี้ยง อายุไก่ ระดับความเครียด การจัดการอาหารและน้ำ และการสุขาภิบาล เป็นต้น การทานไข่ปรุงสุกนอกจากจะลดการปนเปื้อนเชื้อ Salmonella แล้ว ยังทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากไข่มากกว่าการรับประทานแบบดิบ โดยพบว่าโปรตีนในไข่สุกสามารถถูกย่อยและดูดซึมได้มากกว่า 80% ในขณะที่ไข่ดิบทำได้เพียง 50% นอกจากนี้ความร้อนยังช่วยทำลายโปรตีนที่ชื่อว่า Avidin ซึ่งพบมากในไข่ขาวดิบ โดย Avidin มีความสามารถในการจับ VitaminB7 (Biotin) ซึ่งพบมากในไข่แดง ส่งผลให้ Biotin ไม่ถูกดูดซึมในลำไส้เล็ก ซึ่ง Biotin นี้ เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ในการสร้าง Glucose และกรดไขมันภายในร่างกาย

ตามข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า การรับประทานไข่ดิบนั้นมีข้อเสียมากกว่าข้อดี อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่นิยมรับประทานไข่ดิบ ทาง USDA แนะนำให้รับประทานไข่ที่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ ซึ่งสามารถลดการปนเปื้อนเชื้อ Salmonella ได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อคุณค่าทางอาหาร หรือรสชาติของไข่

แปลและเรียบเรียงโดย สพ.ญ.สายสร้อย ส่องประเสริฐ

เอกสารอ้างอิง

– Lama, SC. 2019. The Safe and Healthy Way to Eat Raw Eggs. [Online]. Available: https://www.livestrong.com/article/423583-is-it-healthy-to-eat-raw-eggs/

– Caporuscio, J. 2019. What to know about eating raw eggs. [Online]. Available: https://www.medicalnewstoday.com/articles/325515.php

Posted on

แนวทางการลดปัญหา Green Muscle Disease ในไก่เนื้อ

ลักษณะกล้ามเนื้อหน้าอกมีสีเขียว Green Muscle Disease (หรือ Deep Pectoral Myopathy, DPM) เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มักพบในอุตสาหกรรมการผลิตไก่เนื้อ มักพบความผิดปกตินี้ที่โรงเชือดในกระบวนการชำแหละ แม้ว่าลักษณะความผิดปกตินี้จะไม่ส่งผลกระทบหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของสัตว์ปีกและผู้บริโภค เนื่องจากไม่ได้มีสาเหตุจากเชื้อก่อโรค แต่ก็ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ เพราะลักษณะกล้ามเนื้อดังกล่าวไม่เหมาะสมต่อการนำไปบริโภค

รูปที่ 1-3 ลักษณะกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกของไก่ที่เกิดปัญหา Green Muscle Disease

            โดยมีสาเหตุหลักเกิดจาก

  • ลักษณะทางพันธุกรรม ซึ่งส่วนใหญ่พบในสายพันธุ์ที่มีอัตราการเจริญเติบโตเร็ว มักพบในเพศผู้มากกว่าเพศเมีย
  • การกระพือปีกอย่างรุนแรง ทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อหน้าอกเกิดการหดตัว ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงยังบริเวณกล้ามเนื้อหน้าอกไม่เพียงพอ กล้ามเนื้อขาดออกซิเจน และเกิดภาวะเนื้อตายสีเขียวตามมา

ดังนั้นการลดปัญหา Green Muscle Disease สามารถทำได้โดยลดปัจจัยต่างๆที่ทำให้ไก่เกิดความเครียดหรือตกใจ ซึ่งเป็นสาเหตุกระตุ้นการกระพือปีกของไก่ เช่น

  • พนักงานเลี้ยงไก่ รวมถึงพนักงานจับไก่ปฏิบัติต่อไก่ด้วยความนิ่มนวล ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์
  • ควบคุมระดับความเข้มของแสง และระดับความดังของเสียงภายในโรงเรือนให้มีความเหมาะสม
  • มีจำนวนกระเช้าอาหาร-ที่ให้น้ำอย่างเพียงพอ และมีระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อให้ไก่สามารถเข้าถึงอาหาร-น้ำได้อย่างสะดวก
  • มีระยะอดอาหารก่อนจับที่เหมาะสม เป็นต้น

แปลและเรียบเรียงโดย    สพ.ญ.สายสร้อย ส่องประเสริฐ

เอกสารอ้างอิง

https://www.poultryworld.net/Health/health_tool/Deep-pectoral-myopathy-green-muscle-disease/
Posted on

ปัญหาทั่วไปของคุณภาพเปลือกไข่(ตอนที่2)

Calcium Coated Eggs ไข่ที่เคลือบแคลเซียม

ไข่ประเภทนี้จะมีแคลเซียมชั้นพิเศษปกคลุมไข่ทั้งฟอง หรือด้านใดด้านหนึ่งของไข่

สาเหตุ     ต่อมสร้างเปลือกไข่ผิดปกติ

                ถูกรบกวนระหว่างการก่อตัวของแคลเซี่ยม

                สารอาหารไม่สมดุลย์ เช่น แคลเซี่ยมมากเกินไป

Calcium Deposits แคลเซี่ยมสะสมเป็นจุดๆ

จุดสีขาวๆ ที่ผิดปกติที่พื้นผิวภายนอกของเปลือกไข่

สาเหตุ     ต่อมสร้างเปลือกไข่ผิดปกติ

               ถูกรบกวนระหว่างการสร้างแคลเซี่ยม

               สารอาหารไม่สมดุลย์ เช่น แคลเซี่ยมมากเกินไป

  • White Speckled Eggs ไข่เป็นประกายสีขาว

ลักษณะคล้ายกับจุดแคลเซียม แต่จุดที่เป็นประกายจะเล็กกว่า และก่อตัวก่อนหรือหลังการสร้างตัวของเปลือกไข่

สาเหตุ     ต่อมสร้างเปลือกไข่ผิดปกติ

                ถูกรบกวนระหว่างการสร้างแคลเซี่ยม         

                สารอาหารไม่สมดุลย์ เช่น แคลเซี่ยมมากเกินไป

Brown Speckled Eggs ไข่เป็นประกายสีน้ำตาล

ลักษณะคล้ายกับไข่ประกายสีขาว ต่างกันที่จุดจะเป็นเม็ดสีน้ำตาล

สาเหตุ     ต่อมสร้างเปลือกไข่ผิดปกติ

                ถูกรบกวนระหว่างการสร้างแคลเซี่ยม   

                สารอาหารไม่สมดุลย์ เช่น แคลเซี่ยมมากเกินไป

Mottled Shells เปลือกไข่เป็นดวงๆ

เมื่อส่องไข่ผ่านหลอดไฟ จะเห็นจุดเป็นดวงๆ หรือคล้ายกระจกทราย

สาเหตุ     ความชื้นในโรงเรือนสูง

                โรคและสารพิษจากเชื้อรา

 ขาดแมงกานีส

                ฝูงหนาแน่นเกินไป

Body-Checked Eggs ไข่สมานแผล

ไข่เกิดการร้าวในต่อสร้างเปลือกไข่ และเกิดการซ่อมแซมก่อนวางไข่

สาเหตุ     การให้แสงไม่ถูกต้อง

                              ความเครียด

                              อายุของไก่ จะมีอาการเพิ่มมากขึ้นในไก่ที่อายุมาก

                              ฝูงหนาแน่นเกินไป

Broken and mended ไข่แตกเป็นรอยปะ

รอยแตกที่เป็นเส้นทแยงมุม เกิดระหว่างการสร้างและเกิดการซ่อมแซมก่อนวางไข่

สาเหตุ     ความเครียดระหว่างการก่อตัวของแคลเซี่ยม

Misshapen eggs ไข่ผิดรูป

ไข่ผิดรูปแตกต่างจากไข่ที่มีรูปร่างและขนาดปกติ คือ เล็กเกินไปหรือไหญ่เกินไป กลมหรือมีรูปทรงต่างๆ ที่เพี้ยนจากรูปไข่วงรี

สาเหตุ     ต่อมสร้างเปลือกไข่ไม่สมบูรณ์

                โรคนิวคาสเซิล IB , ILT , EDS 76

                ความเครียด

                ฝูงหนาแน่นเกินไป

White Banded eggs ไข่ที่มีแถบสีขาว

ไข่เหล่านี้เกิดจากไข่สองใบมาติดกันในต่อมสร้างเปลือกไข่ ที่จุดนี้ขบวนการสร้างแคลเซี่ยมจะถูกขัดจังหวะ และไข่ฟองแรกซึ่งยังอยู่ในถุงจะมีชั้นแคลเซี่ยมเพิ่มขึ้น จึงเห็นเป็นแถบสีขาว

สาเหตุ     ความเครียด

                การเปลี่ยนแปลงของแสง

                การติดเชื้อ

Slab-sided Eggs ไข่แบน

ไข่แบนเป็นไข่ใบที่สองที่อยู่ในถุง ซึ่งไข่ใบที่สองไม่สมบูรณ์เท่ากับไข่ใบแรกและมีลักษณะแบนที่จุดเชื่อมต่อของไข่ทั้งสองใบ

สาเหตุ     ความเครียด

                การเปลี่ยนแปลงของแสง

                การติดเชื้อ

ที่มา https://store.alltech.com/blogs/poultry/20-common-egg-shell-quality-problems-and-causes

แปลและเรียบเรียงโดย สพญ.สายสร้อย ส่องประเสริฐ

Posted on

ปัญหาทั่วไปของคุณภาพเปลือกไข่(ตอนที่ 1)

ปัญหาทั่วไปของคุณภาพเปลือกไข่ มีหลากหลายปัญหาด้วยกัน ซึ่งจะขอนำเสนอปัญหาของคุณภาพเปลือกไข่ที่พบได้บ่อยๆในฟาร์มไก่ไข่บ้านเรา ว่าปัญหาของคุณภาพเปลือกไข่ที่พบเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง เพื่อให้เราทราบที่มาของปัญหาและหาแนวทางป้องกันต่อไปค่ะ

Pale-shelled Eggs เปลือกไข่สีซีด

ระดับสีน้ำตาลของเปลือกไข่ขึ้นอยู่กับคุณภาพเม็ดสีที่บนผิวของเปลือกไข่

สาเหตุ     โรคหลอดลมอักเสบ (IB), โรคนิวคลาสเซิล (ND), โรคไข่ลด (EDS 76)

อายุของไก่ จะมีอาการเพิ่มมากขึ้นในไก่ที่อายุมาก

มีความเครียดสูงในฝูง

ใช้ยากลุ่มเคมีสังเคราะห์ เช่น ซัลโฟนาไมด์และไนคาร์บาซีน

Lilac Eggs/Pink Eggs  ไข่สีชมพู

ไข่เป็นสีชมพูหรือสีดอกไลแลค เนื่องจากการรวมตัวกันระหว่างคูติเคิล และชั้นของแคลเซียมที่เกินมา

สาเหตุ       ความเครียด

                  มีแคลเซียมมากเกินไปในอาหาร

Dirty Eggs ไข่สกปรก

ไข่มีรอยเปื้อนอุจจาระ เป็นทั้งหมดหรือบางส่วนของเปลือกไข่ เราควรหลีกเลี่ยงวัตถุดิบที่ทำให้ขี้เปียกและเหนียว

สาเหตุ     ขี้เหลว

               ส่วนประกอบในอาหารที่ย่อยไม่ได้สูง

               สุขภาพของลำไส้ไม่ดี

               อิเลคโตรไลท์ไม่สมดุลย์/น้ำมีความเค็ม

Blood Stained Eggs ไข่มีจุดเลือด

ไข่เหล่านี้เกิดมาจากการปนเปื้อนของเลือดจากทวารหนัก การจิกก้นตัวเองหรือการจิกขน รอยเปื้อนของเลือดมักพบมากในไก่สาวช่วงแรกๆ ของการออกไข่

สาเหตุ     ไก่สาวมีน้ำหนักมากเกินไป

                ช่วงกลางวันยาวขึ้นกระทันหัน

สุขอนามัยของกรง ถาดและสายพานไข่ไม่ดี

Shell-less Eggs ไข่ไม่มีเปลือก

ไข่ที่ออกมาไม่มีชั้นของเปลือกและถูกหุ้มด้วยเยื่อหุ้มไข่เท่านั้น

สาเหตุ     ต่อมผลิตเปลือกไม่สมบูรณ์

                โรคนิวคาสเซิล IB , EDS 76 และไข้หวัดนก

                สารอาหารไม่เพียงพอ เช่น แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส แมงกานีส หรือวิตามิน D3

Soft-shelled Eggs ไข่เปลือกนิ่ม

เป็นไข่ที่มีเปลือกไข่ยังไม่สมบูรณ์ มีเพียงชั้นบางๆ ของแคลเซียมเกาะอยู่บนเยื่อหุ้มไข่

สาเหตุ     การกินฟอสฟอรัสมากเกินไป

               ความเครียดจากความร้อน

               อายุของไก่ จะมีอาการเพิ่มมากขึ้นไนไก่ที่อายุมาก

               น้ำมีความเค็ม

  สารพิษจากเชื้อรา

Cracks  ไข่ร้าว

ปัญหาไม่ว่าแตกเป็นรายเส้น ดาวแฉก หรือดาวกระจาย แล้วก่อให้เกิดรูบนเปลือกไข่

สาเหตุ     ความเครียดจากความร้อน

  น้ำมีความเค็ม

อายุของไก่ จะมีอาการเพิ่มมากขึ้นในไก่ที่อายุมาก

สารอาหารไม่เพียงพอ เช่น แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส แมงกานีส หรือวิตามิน D3

               สารพิษจากเชื้อรา

Corrugated Eggs  ไข่ย่น

ไข่เหล่านี้จะมีผิวหยาบมากและพื้นผิวย่น น่าจะมาจากสาเหตุที่แม่ไก่ไม่สามารถหยุดหรือยับยั้งการก่อตัวของไข่

สาเหตุ     กรรมพันธุ์

                โรคนิวคาสเซิลหรือ IB

                การใช้ยาปฏิชีวนะที่มากเกินไป

                การขาดแร่ธาตุทองแดง

Wrinkled Eggs  ไข่มีริ้วรอย

ไข่มีริ้วรอยมีลักษณะเป็นรอยขีดบางๆ และริ้วรอยบนพื้นผิวไข่

สาเหตุ     ความเครียด

               โรคต่างๆ

               ต่อมสร้างเปลือกผิดปกติ

               ฝูงหนาแน่น

Pimpled Eggs  ไข่เป็นรอยสิว

มีเกล็ดแคลเซียมเกาะอยู่บนเปลือกไข่ ความรุนแรงของรอยสิวขึ้นอยู่กับสารแปลกปลอมอื่นที่พบระหว่างการก่อตัวของแคลเซี่ยม

สาเหตุ     อายุของไก่

                สายพันธุ์

                ขาดสารอาหาร

ที่มา https://store.alltech.com/blogs/poultry/20-common-egg-shell-quality-problems-and-causes

แปลและเรียบเรียงโดย สพญ.สายสร้อย ส่องประเสริฐ

Posted on

Gut Health คือ พลังของการเจริญเติบโต และกำไรของการผลิตสุกร

AHBDA FORUM  ฉบับนี้ขอนำเสนอ ความสำคัญของ  สุขภาพของระบบทางเดินอาหารรูปที่1(Gut Health) ต่อการผลิตสุกร  ปัจจุบันเป็นประเด็นที่สำคัญของหลายๆบริษัท ที่หันมาพัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ  Gut Health เช่น  Probiotic,Acidifier,Enzyme เป็นต้น ความสำคัญหลัก ของ Gut Health ก็คือ

  1.ปัจจุบันอุตสาหกรรมสุกรที่แข่งขันในการผลิตเนื้อหมูคุณภาพสูงและต้นทุนต่ำ  โดยเฉพาะต้นทุนของค่าอาหารเป็นมากกว่า2ใน3ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด (Patience, 2012)  ดังนั้นประสิทธิภาพการใช้อาหารสัตว์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความอยู่รอดของธุรกิจ

  2.ระบบภูมิคุ้มกันของลำไส้ (ที่มีมากกว่า 70% ของเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกาย) ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของสุกร  และมีบทบาทสำคัญมากโดยเฉพาะทิศทางลดการใช้หรือปลอดยาปฎิชีวนะ ในธุรกิจการเลี้ยงสุกร  ปัจจุบัน

  3.การทำงานร่วมกันกับระบบอื่นๆของร่างกายโดยมีกลไกที่ซับซ้อน เช่น ระบบประสาท ระบบฮอร์โมน เรียกได้ว่าเป็นสมองที่สองของร่างกาย


รูปที่  1 ระบบทางเดินอาหาร

Gut Health  เป็นเรื่องสำคัญของลูกสุกรตั้งแต่เกิด เพราะลูกเกิดมาสัมผัสเชื้อ ทั้งเชื้อที่ปนเปื้อนในสภาพแวดล้อมและเชื้อส่วนใหญ่ที่ได้รับมาคือเชื้อมาจากแม่  โรคต่างๆที่พบตลอดในช่วงการเลี้ยงสุกรขุน ต้นตอส่วนใหญ่มาจากเล้าคลอด ที่มีแม่สุกรเป็นตัวแพร่เชื้อที่ร้ายแรงและไม่ร้ายแรง ให้แก่ลูกสุกร 

ปัจจัยสำคัญต่อ Gut Health ได้แก่

1.แหล่งที่มาของสารอาหาร

2.จุลชีพประจำถิ่นในลำไส้ (Microbiota)

3.ไทด์ จังค์ชั่น (Tight junction)

4.การกินได้ (Feed Intake)

  สารอาหารที่ดี ต้องกินไปแล้วสร้างการอักเสบต่อทางเดินอาหารให้น้อยที่สุด เพื่อให้ลำไส้, วิลไล, ผนังลำไส้, เยื่อหุ้มลำไส้ มีความสมบูรณ์ เพิ่มการเติบโต และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อจุลชีพประจำถิ่นในลำไส้ 

  ตัวอย่างสารอาหารที่ดี ได้แก่ โปรตีนที่ย่อยง่าย, โปรตีนที่ไม่สร้างการอักเสบ ไม่สร้างการแพ้ต่อลำไส้ และโปรตีนจากถั่วเหลือง กากถั่ว ที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ลดการสร้างภูมิแพ้ให้แก่ลำไส้

   จุลชีพประจำถิ่นในลำไส้หรือ  มีหลายตัว ได้แก่ กลุ่ม Lactobacillus, Bifido-bacteria ฯลฯ ซึ่งช่วยลดปริมาณของแบคทีเรียก่อโรคตัวหลักคือ อี.โคไล ถ้าจุลชีพที่ดีเติบโตได้ดี ก็จะเบียดไม่ให้ อี.โคไล มีบทบาทสร้างปัญหา อี.โคไล มีหลายสายเชื้อ พิษของอี.โคไลมีหลายรูปแบบ ทั้งท้องเสีย บวมน้ำ ช็อคตายก่อนหรือหลังหย่านม จุลชีพประจำถิ่นในลำไส้ยังเพิ่มการสร้าง butyrate ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของเยื่อเมือกทำให้ลำไส้มีการเติบโต วิลไลมีการงอกขยาย เพิ่มขีดความสามารถในการดูดซึมสารอาหาร


รูป 2 ตำแหน่ง Tight junction

ไทด์ จังค์ชั่น(Tight junction)รูปที่ 2  คือ  จุดเชื่อมต่อของเซลล์เยื่อเมือกที่สมบูรณ์ ซึ่งถ้ามีการอักเสบของลำไส้จะมีช่องโหว่ เรียกว่า leaky junction ความสมบูรณ์ของไทด์ จังค์ชั่น เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ต้องเน้นสารอาหาร การจัดการที่จะลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

  การกินได้ ผลการวิจัยส่วนใหญ่บ่งชี้ว่าถ้าสุกรอนุบาลหลังหย่านม มีการเติบโตที่ดี แสดงว่ามีการอักเสบของลำไส้เล็กน้อย และมีการเพิ่มความยาวของวิลไล เพิ่มการดูดซึมสารอาหาร ลดการเกิดโรคจากเชื้ออี.โคไล, colibacillosis

  ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้เพิ่มสุขภาพของระบบทางเดินอาหาร ก็จะมาเน้นในขบวนต่างๆเหล่านี้ครับ มีในรูปแบบทำหน้าที่เดี่ยวหรือทำหน้าที่รวมกัน   ตามจุดประสงค์การใช้ ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ธุรกิจยาสัตว์ของบริษัทเช่น  Alquernat nepsui ,Promax,Digestsea ,7-Pack เป็นต้น

  สำหรับฉบับถัดๆไป เราจะนำเสนอ การจัดหมวดหมู่ตามคุณสมบัติและหน้าที่ของผลิตภัณฑ์ ที่มีผลต่อ Gut Health  ในสุกรกันครับ

เรียบเรียงจาก

แปลและเรียบเรียงโดย น.สพ. จักรกฤษณ์ ประเสริฐ

เอกสารอ้างอิง

https://www.pig333.com/articles/importance-of-gut-health-in-swine-production

https://www.swinethailand.com

https://www.swinethailand.com
Posted on

AHBDA Forum 61 : ผลกระทบทาง

เนื้อหาฉบับนี้เนื้อหาเกี่ยวกับโรคที่สาคัญในสุกร ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจของ การเลี้ยงสุกรเป็นอย่างมาก และในประเทศไทยก็มีการระบาดของโรคนี้กันอย่างต่อเนื่อง โรคนี้คือโรคอะไรเชิญอ่านกันได้เลยค่ะ

Posted on

AHBDA Forum 60 : Going Beyond

สำหรับ AHBDA FORUM ฉบับนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับโรค New castle ซึ่งโรคนี้ยัง เป็นโรคที่สร้างความเสียหายในไก่มากทีเดียวนะคะ และประเทศไทยยังคงมีการ ระบาดของโรคนี้กันอยู่อย่างต่อเนื่อง