Posted on

ธาตุเหล็กในลูกสุกร(ตอนที่ 1)

สวัสดีครับ  สำหรับAHBDA Forum เรามาคุยกันถึงเรื่องธาตุเหล็กในลูกสุกรในมุมมองต่างๆ ครับ

ความสำคัญของธาตุเหล็ก

                    ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากต่อร่างกายลูกสุกรเช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น   เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตเลือด และการขนส่งออกซิเจน  โดยที่เป็นส่วนประกอบในด้านโลหิตวิทยาต่างๆดังนี้ครับ

                     1.ฮีโมโกลบิน (hemoglobin) คือส่วนหนึ่งของระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งเป็นโปรตีน สาคัญพบอยู่ในเม็ดเลือดแดงและช่วยนำาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย องค์ประกอบสาคัญของ เฮโมโกลบินคือ ฮีม (heme) ซึ่งมีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบ และทำาหน้าที่จับและปล่อยออกซิเจน ภาพที่1

                    2.ไมโอโกลบิน (myoglobin) มักพบในเนื้อสัตว์ที่มีสีแดง

                    3.แลคโตเฟอร์ริน (lactoferrin) เป็นสารที่อุดมไปด้วยประโยชน์ต่างๆ มากมายหลายชนิด สามารถพบ ได้ในน้ำนมที่หลั่งออกมาจากแม่

                      4. เฟอร์ริติน (ferritin) เป็นโปรตีนในเซลล์ทั่วไปที่สะสมธาตุเหล็กและปล่อยมันอย่างเป็นระบบ มีหน้าที่เป็นสารบัฟเฟอร์ เพื่อไม่ให้ขาดธาตุเหล็กหรือมีธาตุเหล็กเกิน และพบในเนื้อเยื่อโดยมาก แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่พบอยู่ในเลือด โดยทำาหน้าที่เป็นตัวขนส่งธาตุเหล็ก ระดับเฟอร์ริตินในเลือดยังเป็นตัวชี้ทางชีวภาพ (biomarker) ของปริมาณธาตุเหล็กที่สะสมในร่างกาย ดังนั้นจึงสามารถตรวจสอบเพื่อวินิจฉัยภาวะเลือดจางจากสาเหตุการขาดธาตุเหล็ก (iron-deficiency anemia)

                     5.ฮีโมซิเดอริน (hemosiderin) คือสารสีแดงมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบ เกิดขึ้นเมื่เมตาบอลิซึม ของธาตุเหล็กผิดปกติ หรือร่างกายได้รับเหล็กมากเกินไปจากการถ่ายเลือด (blood transfuse) หรือร่างกาย ดูดซึมเหล็กมากเกินไป อาจพบธาตุเหล็กตกตะกอนได้ในตับและเนื้อเยื่อต่างๆ

ภาพที่ 1 แสดงธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของ Hemoglobin

         ปกติแล้วเลือดจะหมุนเวียนอยู่ภายในร่างกาย แต่อาจเกิดสาเหตุบางอย่างที่สามารถทำาให้ปริมาณ เลือดในร่างกายลดลงหรือเปลี่ยนแปลงไป เช่น การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือการต่อสู้กันของสุกร และโรคที่ เกี่ยวกับโลหิต ในโรคบางชนิดทำให้เกิดการสูญเสียเลือดออกจากร่างกาย อย่างเช่น การถ่ายเป็นมูกเลือด  เรามักจะพบปัญหาในลูกสุกรเป็นส่วนใหญ่

 สภาวะที่แสดงการขาดธาตุเหล็ก

         คือ การลดลงของความเข้มข้นของค่าฮีโมโกลบิน (hemoglobin) และค่าเม็ดเลือดแดง (hematocrit) อย่างรวดเร็ว ภาวะโลหิตจางเกิดขึ้นหลังจาก เนื้อเยื่อที่เก็บสะสมธาตุ เหล็กในลูกสุกรแรกเกิดและปริมาณธาตุเหล็กที่ลูกสุกรได้รับจากน้ำนมแม่สุกร มีไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต        

สาเหตุของการขาดธาตุเหล็ก

         ลูกสุกรแรกเกิดมีปริมาณธาตุเหล็กสะสมน้อย ในน้ำนมของแม่สุกรมีระดับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ โดยทั่วไปลูกสุกรแรกเกิดมีธาตุเหล็กสะสมประมาณ 50 มิลลิกรัมในขณะที่ลูกสุกรต้องการธาตุเหล็ก 7-10 มิลลิกรัมต่อวัน  ในน้ำนมของแม่สุกรให้ ธาตุเหล็ก 1 มิลลิกรัมต่อวัน ดังนั้นหากไม่มีการเสริมธาตุเหล็กให้ลูกสุกรจะทำให้เกิดภาวะเลือดจางได้ภายใน 10-14 วันหลังคลอดนั่นเป็นที่มาของโปรแกรมการฉีดธาตุเหล็ก 200 มิลิกรัมต่อตัว(ภาพที่2)หลังเกิด 1-3 วันเพื่อให้เพียงพอแก่ลูกสุก

ภาพที่ 2 
ภาพที่ 3

          การขาดธาตุเหล็กเป็นสาเหตุทำให้สุกรแคระ แกร็น (ภาพที่ 3 ) ลดความต้านทานโรค ลดประสิทธิภาพการกินอาหาร รบกวนสมรรถภาพการสืบพันธุ์ รวมทั้งเกิดสภาวะ โลหิตจาง (anemia) และอาการท้องร่วงในสุกรและอาจตายได้นอกจากนี้การขาดธาตุเหล็ก จะเพิ่มความรุนแรงของการติดเชื้อโรคบางชนิดได้เนื่องจากเสียเลือด

         จะเห็นว่าธาตุเหล็กมีความสำคัญมากในการเริ่มต้นสุขภาพของสุกร ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวต่อไป ฉบับหน้าเรามาติดตามการเปรียบเทียบการใช้ธาตุเหล็กในลูกสุกรด้วยวิธีต่างๆกันครับ

เรียบเรียงโดย น.สพ. จักรกฤษณ์ ประเสริฐ

ผลของการเสริมธาตุเหล็กต่อค่าโลหิตวิทยาในลูกสุกร : อรอนงค์ รักษา ,2560

Posted on

การใช้ Probiotic ผสมในอาหารเลียราง(Creep feed)สำหรับลูกสุกรดูดนม

ปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ที่ให้แม่สุกรมีลูกดกมากขึ้น  ประเทศตันฉบับคุณแม่ลูกดก คือ เดนมาร์ก จำนวนลูกหมูที่เกิดขึ้นในเดนมาร์กเพิ่มขึ้น 2.3 ลูกสุกรตั้งแต่ปี 2007(ปี 2017=33.3 p/s/y)  แต่ก็แลกกับน้ำหนักการหย่านมลดลงเกือบ 1 กิโลกรัม  ในขณะเดียวกัน ทิศทางของการลดการใช้ยาปฏิชวนะทำให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพของลูกหมูดูดนม  ดังนั้นการให้อาหารเลียราง(creep feed)ที่มีคุณภาพ ก็จะเป็นการช่วยลูกหมูดูดนมอีกทาง

การผสมโปรไบโอติกลงในอาหารเลียราง  นอกเหนือจากการใช้ในช่วงต่างๆปกติ เช่น อนุบาล แม่พันธุ์อุ้มท้องระยะท้าย เป็นต้น เริ่มมีการศึกษาและนำมาใช้กันมากขึ้น จากเหตุผลข้างต้น

ประเด็นสำคัญของแบคทีเรียโปรไบโอติก ป้องกันจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคจากการชิดกับพื้นผิวเยื่อบุผิวในลำไส้พร้อมกันขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อโรคผ่านการผลิตของสารต้านจุลชีพ(bacteriocin), เพิ่มกิจกรรมของเอนไซม์และ จำกัดจำนวนของสารอาหารที่ไม่ได้ย่อย ดังนั้นปริมาณของอาหารที่ไม่ได้ย่อยและความเสี่ยงของการเจริญเติบโตของเชื้อโรคจะลดลงอย่างมาก

สายพันธุ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

จุลินทรีย์ในลำไส้มีประมาณ 400 สายพันธุ์ สำหรับที่ใช้เป็นโปรไบโอติกในการผลิตสุกร ได้แก่ Enterococci faecium, กลุ่ม Bacillus, กลุ่ม Lactobacillus, Saccharomyces cerevisiae และ Bifidobacterium bifidum สิ่งที่น่าสนใจอย่างมากคือโปรไบโอติกที่มีสายพันธุ์ Bacillus subtilis และ Bacillus licheniformis เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โปรไบโอติกเหล่านี้จะเพิ่มกิจกรรมของไลเปสและทริปซินในระบบย่อยอาหารของหมูซึ่งจะช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอาหารและปรับปรุงการเปลี่ยนอาหารจึงมั่นใจได้ว่าน้ำหนักหย่านมที่เหมาะสมที่สุดหลังจากการดูดนม

จากการศึกษาในประเทศเดนมาร์ก พบว่าอาหารเลียรางที่เสริมโปรไบโอติกโปรไบโอติกที่ใช้สายพันธุ์ Bacillus แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการเติบโตที่เพิ่มขึ้นและลดอัตราการตาย ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (รูปที่ 2,3)

รูปที่ 2
รูปที่ 3

การเสริมจุลินทรีย์กลุ่มโปรไบโอติกช่วยเพิ่มผลผลิตและสุขภาพของ ลดอาการท้องเสียของ เพิ่มความพร้อม ในการใช้สารอาหารและอัตราการดูดซึมและเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของสุกรตั้งแต่แรกเกิดจนถึงหย่านม  นั่นคือเป็นการพัฒนาสุขภาพของลำไส้(Gut health)ตั้งแต่แรกเกิด ให้พร้อมสำหรับการเลี้ยงสุกร พบกันใหม่ในฉบับหน้าขอบคุณครับ

แปลและเรียบเรียงโดย น.สพ. จักรกฤษณ์ ประเสริฐ

https://www.pigprogress.net/Health/Articles/2018/4/Probiotics-in-creep-feed-for-piglets-264154E/